2007/Jan/14

ตามสัญญานะคะ^^ ฟิคเรื่องนี้แต่งข้ามปีเลย คือเริ่มเขียนวันคริสต์มาสพึ่งจะเสร็จเมื่อกี้ เราก็รีบเอามาลงเลย ไม่ได้เกลาไม่ได้ตรวจคำผิดอะไรทั้งสิ้น ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ >W< และขอโทษที่ไม่รอบคอบในเรื่องนี้ด้วย อ๋า~!! การบ้านยังไม่ได้ทำเลย ฮ่าๆ

Merry Christmas!! : Snow Candle [No Spoil] ไม่มีวายนะคะ ไม่ต้องห่วง แหะๆ ^^

-----------------------------------------------

เมอร์รี่ คริสต์มาส!

เมอร์รี่ คริสต์มาส

นายได้ของขวัญอะไรจากโรเจอร์น่ะ

ขอฉันดูหน่อยสิ!

เปิดเลยๆ!!

..ว้าวววว ช็อคโกแลตนี่ แบ่งฉันกินบ้างสิ!

=============================

25/12/1996

เสียงเพลงวันคริสต์มาสถูกขับขานผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยในห้องโถงใหญ่ ราวกับรอการมาเยือนของใครสักคน สายลมหนาวพัดพาเสียงใสๆที่เปล่งออกมาอย่างสนุกสนานลอยละล่องไปกับหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน แสงเทียนนับสิบเล่มที่ส่องสว่างลอดผ่านหน้าต่างไหวระริกราวกับล้อเลียนความหนาวเหน็บภายนอก เสียงปรบมือและเสียงหัวเราะสนุกสนานที่ดังแทรกขึ้นมาเป็นช่วงๆของบทเพลงเต็มไปด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์สดใสและอบอวลไปด้วยความสุข

หากมองลอดเข้าไปในบานประตูที่แง้มไว้นั้น...ความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอกที่ทำให้ต้องห่อไหล่ที่สั่นสะท้านนั้นคงจะมลายหายจากไปและถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม ...ต้นสนกว่าสองเมตรตั้งตระหง่านกลางห้องตกแต่งด้วยลูกบอลและตุ๊กตาหลากสีห้อยระโยงระยาง ... ถุงเท้าหลายสีสันห้อยตามกิ่งก้านที่ยังมีใบสดสีเขียวเข้มพร้อมกับมีชื่อของแต่ละคนแนบติดไว้เป็นแผ่นกระดาษเล็กๆข้างถุงเท้าของตนเอง บนกระดาษแผ่นเล็กๆเหล่านั้นล้วนรู้สึกถึงความหวังอันเปี่ยมล้นที่ถ่ายทอดผ่านลายมือที่ยึกยือจนแทบอ่านไม่ออก บนปลายยอดบนสุดของต้นสนที่ถูกประดับประดาอย่างสวยงามนั้นมีดวงดาวสีทองติดอยู่ ทุกครั้งที่แสงเทียนส่องผ่านดวงดาวสีทองนั้น มันจะเปล่งประกายระยิบระยับราวกับเป็นตัวแทนของความหวังของเด็กทุกคนในบ้านแวมมี่เฮาส์...

รอบๆต้นคริสต์มาสถูกโอบล้อมด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน ขนมหวานหลายชนิดถูกตั้งไว้เป็นกองพะเนินขนาดเท่าภูเขาย่อมๆลูกกวาดบางอันกลิ้งกระจายเกลื่อนกลาดตามพื้น ขนมหวานบางอย่างถูกโยนเล่นสับเปลี่ยนยื้อแย่งกันหลายมือ บ้างก็โดนปาขึ้นไปติดกับบรรดากระดาษสีกับลูกโป่งที่ห้อยระโยงระยาง ใกล้ๆบรรดากองขนมหวานนั้น เป็นกล่องของขวัญขนาดเล็กใหญ่กว่าสี่สิบกล่องสีสันสดใสก่อตัวสูงขึ้นจนกลายเป็นเหมือนที่นั่งขนาดย่อมๆ และบนนั้น-- -- เด็กผู้ชายอายุเจ็ดขวบนั่งหน้าบึ้งตึงบนกล่องของขวัญลายหมี ...ในมุมมืดที่ปราศจากความสว่างจากแสงเทียนที่จะส่องถึง เสียงหัวเราะจากเด็กผู้ชายหลายๆคนดังแว่วมาจากอีกมุมหนึ่งของห้อง

เฮ้...เมลโล!! มากินช็อคโกแลตตรงนี้สิ!! เสียงเด็กผู้ชายตะโกนดังมาจากกลุ่มเด็กผู้ชายที่จับกลุ่มล้อมรอบเด็กชายตัวอ้วนที่รอบๆปากเต็มไปด้วยคราบช็อคโกแลต

เชอะ...เขาสะบัดหน้าหนีจากภาพเหล่านั้น นี่ขนาดเขาคนนั้นไม่ได้มาด้วย...ไม่มีใครเฝ้าก่นด่าคริสต์มาสเหมือนเขาบ้างเลยหรือไงนะ...

เด็กชายก้มลงมองถุงเท้าสีเทาของตัวเอง เขาอุตส่าห์ตั้งใจเก็บรักษามันมาตลอดหนึ่งปีเต็ม แต่ในเมื่อเขาไม่มาแล้ว มันจะไปมีประโยชน์อะไรกันล่ะ ..

โธ่เว้ยยยย!! ไอ้ถุงเท้ากับคริสต์มาสงี่เง่า!!

เมลโลขว้างถุงเท้าของตัวเองจนวัตถุสีเทาลอยละลิ่วหายลับเข้าไปหลบอยู่ใต้โต๊ะที่ตั้งเค้กคริสต์มาสหน้าประตูทางเข้าที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยนั้น เท่านั้นคงยังไม่สาแก่ใจ...เด็กน้อยพาลหาเรื่องเตะกองขนมหวานที่กองสุมเป็นภูเขาเลากา จนมันกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นในรัศมีเกือบสามเมตร ชิ..ใครใช้ให้พวกมันมาเกะกะขวางทางเท้าเขากันเล่า เขาพาลคิดด่าขนมหวานพวกนั้นเพื่อหาเครื่องระบายอารมณ์ ขนมหวานบางอย่างในจำนวนนับร้อยชิ้นพันชิ้นนั้น...เด็กชายจำได้ มีหลายชนิดที่เขาชอบทาน และเมลโลเองก็เห็นอยู่บ่อยๆ ...ท่าทางของเขาที่เด็กชายแอบมองบ่อยๆ ทุกกริยาที่แม้กระทั่งนั่งหลับบนโต๊ะอาหาร เขา...L

L!!

L กลับมาแล้ว!!

เมอร์รี่คริสต์มาสครับ!!

Lของขวัญคริสต์มาสของผมล่ะครับ

Lพวกเราได้ร้องเพลงวันคริสต์มาสด้วยล่ะ Lอยู่ฟังพวกเราก่อนนะคะ

หัวใจของเด็กชายพองโต ....เสียงใสๆของเด็กๆดังก้องห้องโถงด้วยความตื่นเต้น เด็กกลุ่มใหญ่กว่าสิบคนทั้งชายหญิงกรูเข้าล้อมรอบตัวชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักสืบที่เก่งที่สุดในโลก และเป็นบุคคลอัจฉริยะ ...และแน่นอน เป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่เขาทั้งรักและเทิดทูน

L

ภาพชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวซีดกับดวงตากลมโตที่มีรอยคล้ำ ..ท่านั่งและยืนที่เป็นเอกลักษณ์ การแต่งกายที่ไม่มีใครเหมือน ...ผมยุ่งๆที่มีเกล็ดหิมะติดอยู่ประปราย

L ของขวัญคริสต์มาสล่ะครับ...

ใช่ๆ ของขวัญล่ะครับ ผมยังไม่ได้เลย เอาใส่ในถุงเท้าสีแดงข้างนี้สิฮะ

Lคะ...หนูขอตุ๊กตาได้มั้ย...เอ๊ะ...แต่ว่ามันใส่ในถุงเท้าไม่ได้นี่...

ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะยื่นให้กับมือเลย...

จริงเหรอคะ..เย่!! L ใจดีที่สุดเลย!!

เสียงแหลมสูงของยัยลินดาตะโกนร้องด้วยความดีใจมาจากกลุ่มเด็กที่ล้อมรอบเขาอยู่ในตอนนั้น ก่อนที่แม่นั่นจะกระโดดกอดรอบคอLที่เป็นจังหวะตอนเขาก้มไปมองดูเค้กคริสต์มาสอย่างสนอกสนใจพอดี เด็กคนอื่นๆเมื่อเห็นอย่างนั้นก็คงจะกลัวยัยลินดาได้หน้าอยู่คนเดียว สักพัก..ก็กระโดดเข้ากอดLจนนักสืบหนุ่มถูกเด็กเล็กๆรุมกอดจนมิดหัวกลายเป็นกระจุกคล้ายลูกบอลยักษ์ เหลือเพียงเส้นผมสีดำบางส่วนที่โผล่พ้นขอบเสื้อของเด็กผู้ชายคนหนึ่งออกมา..เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากเด็กๆในกลุ่มที่กอดรัดกันอิรุงตุงนัง

แต่เสียงหัวเราะเหล่านั้นมันยิ่งทำให้ เมลโลที่กำลังหยิบช็อคโกแลตที่เด็กชายมั่นใจว่าLชอบขึ้นมาจากพื้น เผลอกำแท่งช็อคโกแลตแน่นจนแตกหักออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยคามือ

นั่นเป็นเพราะเจ้าพวกนั้นแค่อยากได้ของขวัญคริสต์มาสจากLก็เท่านั้นแหละ...

เมลโลคิดเข้าข้างตัวเอง ...มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่รักLจริงๆ ยังไงLก็คงไม่ได้รักเจ้าพวกนั้นจริงๆหรอก

...เด็กน้อยก้มเก็บช็อคโกแลตที่กระจายเกลื่อนกลาดขึ้นมาอีกครั้ง พลันสายตาก็เหลือบไปมองดูใต้โต๊ะที่ตั้งเค้กคริสต์มาส...

-------------------------------------------

25/12/1996

ณ มุมหนึ่งที่ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า รอยยิ้มและความสดใส ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึมขมุกขมัว มีเพียงห้องที่ว่างเปล่าทาทับด้วยสีขาวทั่วทั้งห้อง กับหน้าต่างบานใหญ่เพียงบานเดียวที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงอากาศภายนอกที่หนาวเหน็บและเย็นเยือก ผ้าม่านสีขาวนิ่งสนิทไม่พลิ้วไหลตามแรงลม เสียงกระทบพื้นของวัตถุเล็กๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ...และทีท่าว่ามันจะหยุดชะงักลง เป็นไปได้น้อยๆพอๆกับหิมะในฤดูหนาวที่จะหยุดตกกลางคันในยามค่ำคืน

หากเฝ้ามองจังหวะการวางจิกซอว์แต่ชิ้นส่วนลงไปบนกรอบกระดาษแผ่นนั้น คงจะพบว่ามันเป็นจังหวะที่เนิบช้าแต่สม่ำเสมอ ราวกับทุกสัมผัสที่มือเล็กๆถ่ายทอดผ่านไปยังจิ๊กซอว์แผ่นสีขาวนั้นคือจังหวะอารมณ์และความรู้สึกของเจ้าของที่วางมันลงไป หากแต่ตอนนี้ใบหน้าตอนนี้ของเด็กน้อยวัยห้าขวบปราศจากอารมณ์ซึ่งแตกต่างไปจากลมหายใจของจิ๊กซอว์เหล่านั้นโดยสิ้นเชิง

...ไม่อยากได้ของขวัญเหรอครับ?

เสียงโทนแปลกที่ฟังดูคุ้นหูและโหยหามานานแสนนานเอ่ยขึ้นข้างหลังเนียร์ เด็กชายผู้กักขังตัวเองอยู่กับห้องที่ว่างเปล่า และวังเวง เสียงเพลงคริสต์มาสดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

เด็กชายไม่ตอบ มือขวาแปะจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายลงบนภาพว่างเปล่าสีขาวที่ไม่มีรูปภาพใดๆอยู่เลย ก่อนที่พลิกรูปภาพคว่ำลงกับพื้น จิ๊กซอว์กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด แต่เนียร์ไม่มีอารมณ์แม้กระทั่งจะหยิบมันขึ้นมาใหม่

คริสต์มาสก็แค่วันๆหนึ่งที่กำลังจะผ่านไปเท่านั้นแหละครับ

เนียร์เอ่ยตอบ ทั้งๆที่ไม่ได้หันกลับมองชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองแผ่นหลังเขาอยู่นาน แม้ว่านี่จะเป็นการแสดงกริยาการต้อนรับการกลับมาของL ที่เย็นชาและเสียมารยาทเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นนักสืบหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เขาเดินเข้าไปนั่ง ข้างๆเด็กน้อยแล้วเอ่ยคำถามจู่โจมด้วยใบหน้าเรียบเฉย

แล้วเนียร์เชื่อเรื่องซานต้าครอสในวันคริสต์มาสมั้ยครับ..

.......

เด็กน้อยเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง คำถามเมื่อครู่มันอาจจะทำให้ลมหายใจที่เคยให้จังหวะสม่ำเสมอตลอดมาติดขัดเล็กน้อย แต่ก็คงหาสาเหตุการผิดปกติของลมหายใจของเขาไม่ได้

...ไม่ครับ

เขาตัดสินใจตอบกลับไปในที่สุด สายตาที่เคยจับจ้องจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งในหมู่เพื่อนๆสีขาวโพลนเบือนมาจับจ้องที่ใบหน้าLเป็นครั้งแรก ใบหน้าของLไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ตรงกันข้าม...กลับยิ่งทำให้เขาอยากอยู่ใกล้บุคคลผู้นี้ให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะต้องให้เขาเก่งขึ้นไปอีกกี่ขั้นกันนะ ถึงจะเทียบเท่ากับL ได้ ...จะให้เขาพยายามอีกเท่าไหร่ถึงจะสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับ L และจะต้องอดทนอีกนานเท่าไหร่ถึงLจะยอมรับในตัวเขาได้ ...

แต่เนียร์ก็ไม่อาจเก็บความหวั่นใจไว้ได้ว่า วันนั้นอาจจะเป็นจริงขึ้นมา ก็ต่อเมื่อไม่มี Lเป็นเป้าหมายให้เขาก้าวข้ามไปอีก