2006/Dec/20

Trick : หนังที่แนะนำให้ควรดูอำลาปี 2006

หลังจากที่เราหมกมุ่นอยู่กับนั่งหดหู่น้ำตาซึมอยู่หลายเดือน ในที่สุดก็ตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังแนวสืบสวนแปลกๆแบบนี้บ้าง (จริงเร้อ~) และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาคือ...

พระเอกน่ารักมากกกกก >W< *สครีมโลกแตกหนึ่งรอบบบบบ!!!! คารวะหนุ่มแว่นนนนนน* โหะๆๆ ความจริงเราชอบพระเอกสไตล์นี้นะ ถึงแม้เรื่องนี้เราจะเชียร์คู่นอร์ม่อล (อะโห...แกยังมีหน้ามาจิ้นวายกับหนังแบบนี้อีกรึ) แต่เราชอบหนุ่มแว่นอายุมากกว่าเค่อะ อ่ะโฮๆๆๆๆๆ *[]*~

เรื่องราวคร่าวๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ ยามาดะ นาโอโกะ เป็นนักมายากลที่มีพ่อแม่เป็นนักทำนายที่มีชื่อเสียงทั้งคู่ แต่ว่าตัวเองกลับไม่มีความสามารถด้านมายากลจนมีชื่อเสียงเหมือนพ่อกับแม่เลย แต่ถึงกระนั้นนาโอโกะก็ยังยึดอาชีพเป็นนักมายากลต่อไป จนวันหนึ่งมีชายหญิงสองคนจากหมู่บ้าน...(ขอโทษค่ะ เราลืมชื่อหมู่บ้านไปแล้ววว..T[]T ทั้งๆที่มันเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งของเรื่องแท้ๆ) มาจ้างให้เธอรับบทเป็นเทพเจ้าที่จะต้องต่อสู้กับปิศาจเต่าที่โผล่ออกมาทุกๆ 300 ปีเพื่อสร้างความหายนะให้กับหมู่บ้าน โดยเธอจะต้องแสดงกลเพื่อให้คนในหมู่บ้าที่ห่างไกลความเจริญเชื่อถือ และเลิกกังวลกับหายนะที่จะเกิดขึ้นจากเทพเจ้าเต่า (เอ๊ะ! เทพเจ้าหรือปิศาจกันแน่นะ ..-*-) แต่แล้วนาโอโกะก็พบว่าเธอไม่ใช่คนเดียวที่ปลอมตัวมาเป็นเทพเจ้าในหมู่บ้าน แต่มีเทพเจ้าต้มตุ๋นที่เข้ามาในหมู่บ้านก่อนหน้าเธอถึง 3 คน และเงื่อนไขที่จะทำให้คนในหมู่บ้านเชื่อถือคือ ต้องแสดงอิทธฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพื่อแสดงว่าเธอคือเทพเจ้าที่แท้จริงโดยแข่งกับเทพเจ้าอีก 3 คน และในระหว่างการแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้น ก็เกิดเหตุฆาตกรรมรายหนึ่งขึ้น ซึ่งเหยื่อของฆาตกรเป็นผู้รู้เงื่อนงำของสมบัติที่ถูกซ่อนในหมู่บ้านแห่งนี้ และศจ.อุเอดะ (กรี๊ดดดด หนุ่มแว่นอีกรอบบบบ) ก็เข้ามาหาข้อมูลเขียนหนังสือในหมู่บ้าน พร้อมกับเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมเทพเจ้าต้มตุ๋นในหมู่บ้าน และนาโอโกะจะต้องเผยกลที่เทพเจ้าต้มตุ๋นเหล่านั้นใช้ และเอาตัวรอดจากฆาตกรที่คิดกำจัดเทพเจ้าต้นตุ๋นในหมู่บ้าน ด้วยความช่วยเหลือของอุเอดะ >___<;;;;

[SPOLED] นิดๆ

.

.

ความรู้สึกหลังจากดูเรื่องนี้จบ ...ทึ่งค่ะ ในความคิดของเรา เราคิดว่าหนังจบได้ดี เพราะมันไม่ทำให้คนดูเสียใจหรือคิดว่าตัวเองพลาดส่วนสำคัญของหนังไปแม้แต่ตอนเดียว แล้วก็ไม่ได้จบดูดีเกินไป เพราะนาโอโกะไม่ได้ถูกยกย่องว่าเป็นคนช่วยเหลือหมู่บ้านจากหายนะ แต่เธอกลับออกจากหมู่บ้านอย่างคนธรรมดาทั่วๆไป ...และอุเอดะเองตอนสุดท้าย ก็ไม่ได้เผยให้เห็นว่ามีใจให้นาโอโกะ แต่ที่เราดูเหมือนนาโอโกะเข้าใจผิดไปเองเท่านั้น แต่ตอนที่เราดูคู่นี้ก็ยิ้มให้กับความน่ารักแบบเพี้ยนของทั้งสองคนด้วย แล้วจุดจบของฆาตกรในหมู่บ้านก็ค่อนข้างหักมุมทำเอาเราตาค้างได้เหมือนกัน บอกได้คำเดียวว่า หนังเรื่องนี่อาจจะไม่ได้ดูเยี่ยมแบบหนังฮอลลีวู้ด แต่มันเป็นหนังที่ทำให้หลังจากดูจบ เราก็ยิ้มได้แล้วก็นอนหลับอย่างมีความสุข บอกได้ว่าสุดยอดจริงๆ ใครที่รู้จักหนังเรื่องนี้ แนะนำว่าให้ยืมคนที่รู้จักดูหรือหาซื้อเอาก็ได้ รับรองว่าไม่ผิดหวังสำหรับหนังเรื่องสุดท้ายที่จะดูต้อนรับปีใหม่เลยค่ะ

Deathnote volume#12

เดินไปซื้อเรื่องนี้ที่ร้านหนังสือการ์ตูนเมื่อประมารสามอาทิตย์ก่อนได้ละมั้ง แต่ก็พึ่งจะมา Review เอาก็เมื่อตอนเช้านี้ อากาศหนาวทำเอาเราไม่อยากลุกขึ้นมาเปิดคอมเลย T-T แย่จริง..เป็นคนขี้หนาวแต่ไม่ชอบใส่เสื้อกันหนาว อยู่ที่บ้านเรายังใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นอยู่บ้านเหมือนหน้าร้อนธรรมดาๆเลยทั้งๆทั่วสั่นพั่บๆ ...หรือนี่เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนเป็นมาโซ ก็ไม่รู้เหมือนกัน - -

เข้าเรื่องเลยละกัน ...ทันทีที่เราแกะห่อพลาสติกหุ้มหนังสือการ์ตูนหลังจากหลับมาถึงที่บ้านเสร็จ และสบถสองสามคำที่ร้านหนังสือการ์ตูนเมื่อเห็นราคา...โอ้ววว อะไรกัน ขึ้นราคาอีก 5 บาทตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่~!!! นี่คิดจะเพิ่มราคาจนถึงครึ่งร้อยกันเลยหรือไงกัน เอาเถอะยังไงถ้าเพื่อเดธต่อให้เล่มละ 100 เราก็จะซื้อ T-T (ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆจะซื้อการ์ตูนเฉลี่ยสองอาทิตย์ครั้งละกัน...)

พอเปิดอ่านปุ๊บ(เมื่อไหร่แกจะเข้าเรื่องจริงๆซะทีวะ...) ก็ร้องออกมาดังว่า 45 บาทที่ซื้อไปเมื่อกี๊มันคุ้มจริงๆ >__<;;;;!!! เรารู้สึกว่า เนชั่นพิมพ์เล่ม12ออกมาดีมากๆ ลายเส้นใกล้เคียงกับเล่มญี่ปุ่นเลย(ในบางหน้า) หน้าปกก็ดูดี จับแล้วลื่นมือ เสียดายอยู่อย่างเดียวและเสียดายตลอดไป คือสันที่เบี้ยวๆ พอเก็บเข้าชั้นแล้วมันผิดรูปดูไม่ดีเลย เห็นแล้วเสียความรู้สึกนิดๆ เอาเถอะถ้าไม่นับเรื่องนี้ เราก็ชอบรูปเล่มเล่ม12 ที่ NED ทำออกมาดีที่สุดละ

[REVIEW/Spoil] เหตุการณ์ที่ประทับใจของตัวละครในเดธโน้ต เรียงตามลำดับการอ่านของเรา จะไม่ขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องนะคะ เพราะคิดว่ารู้ๆกันอยู่แล้ว สำหรับคำที่ยังไม่ได้ซื้ออ่าน กรุณาเลื่อนลงไปจากข้อความข้างล่างนี้โดยเร็วที่สุด เพราะมันอาจทำให้คุณๆเสียอรรถรสในการอ่านได้ ทั้งหมดทั้งมวลต่อไปนี้คือความรู้สึกของเราเพราะฉะนั้น อย่าได้เถียงว่ามันถูกหรือผิด หรือถ้าข้อมูลที่เราพิมพ์ออกไปนี้ไม่ถูกยังไงก็ต้อขอโทษด้วย และที่สำคัญข้างล่างนี้มันคือ วาย ...วาย และ วาย!!!

- อย่างแรกเลยคือตอนที่เนียร์ใส่หน้ากาก L ร่วมเผชิญหน้ากับคิระ ตอนอ่านสปอยล์ครั้งแรก เราดูไม่ออกเลยว่านั่นคือหน้ากาก L XD~ แต่พอเรานึกหน้าเนียร์ใต้หน้ากากที่คงจะทำหน้าเคร่งขรึมออกมาก็ปล่อยก้ากขึ้นมาทันทีมันดูขัดกับรูปลักษณ์ของเนียร์เอามากๆ มารู้อีกทีก็ตอนที่ไลท์คิดว่า เนียร์ นายน่ะไม่มีคุณสมบัติที่จะใส่หน้ากาก L หรอก... คำพูดนั้นทำเอาลอยละลิ่วไปชนขอบโต๊ะ ... ทั้งรู้สึกว่า ไลท์ดูยึดติดกับLมากๆ>___< พูดอีกความหมายหนึ่งคือเหมือนไม่เห็นเนียร์อยู่ในสายตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเนียร์ก็คิดว่าตนจะเอาชนะคิระได้ และเหมือนจะประกาศว่าการต่อสู้ตลอดมาของตน ทำเพื่อL และต่อสู้ในนามของL ที่ยึดอุดมการณ์และความถูกต้องที่จะจับคิระให้ได้ XD เป็นความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายที่รู้สึกต่อ L ...ถ้าดึงเอาCG ที่เป็นโกดังร้างที่ทั้งดูยิ่งใหญ่และมืดมนแล้วล่ะก็ อ่านตอนนี้ไปก็ขนลุกได้เหมือนกัน...อ้ากกกกกก ช่างอลังอะไรขนาดเน้~!!!

- ตอนเนียร์ถอดหน้ากากออก ...แอ่นแอนแอ๊นนนนนน!!!!~ >__< ใบหน้าของน้องเนียร์แว่บแรกที่จ้องมองฝ่ายตรงข้าม เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังในตัวคิระ ที่ฆ่าL แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มแบบเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของตน ...เราไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆแล้วรอยยิ้มของน้องเนียร์หมายถึงรอยยิ้มที่คิดว่าตัวเองจะชนะจริๆงรึเปล่า แต่สำหรับเรา...เราคิดว่ารอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นเพราะน้องเนียร์ต้องการยิ้มเพื่อปกปิดความชิงชังที่มีต่อคิระ จากแว่บแรกที่เห็น เหมือนกับที่รู้ว่าความเกลียดชังที่มีต่อบุคคลตรงหน้านี้ไม่สามารถเก็บงำไว้ จนต้องแสดงออกมาในวินาทีแรกที่เห็นหน้า...โฮกกกกกกกกกกกก วินาทีนั้นเองที่เราทุ่มสุดตัวเพื่อเชียร์ให้เนียร์เอาชนะเจ้าไลท์ T[]T น้องเนียร์สู้ๆๆๆ!!!

- ขอหนึ่งข้อให้กับความโรคจิตหลอนๆของมิคามิ ตอนที่เปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความยินดีที่ได้พบกับพระเจ้า...ตอนที่แสงแดดส่องเข้ามาในโกดังพร้อมกับตอนที่มิคามิเปิดประตูเข้ามาแบบนี้...นั่นมันโรคจิตชัดๆ อ่านแล้วแทบผงะ *ภาพหนุ่มแว่นมิคามิในอุดมคติพังทลายหายไปกับสายลมหนาว~* แม่จ๋า~น่ากลัวววววว ไลท์เองก็โรคจิตพอกันแหล่ะ พอกันที...ชั้นจะคิดว่าชั้นไม่รู้จักคนโรคจิตอย่างพวกนาย...พอกันที T[]T

- ไลท์...เคยบอกไว้ว่าจะไม่มีทางสารภาพว่าตนเองคือคิระออกมาเด็ดขาด ...แต่แล้วตัวเองกลับเผยไต๋ออกมาชิ้นเบ้อเร่อว่า เนียร์...ชั้นชนะแล้ว อ่านแล้วรู้สึกโล่งใจปนสมเพชไลท์นิดๆ ไม่รู้ทำไม รู้สึกเหมือนตัวเองรอคอยประโยคที่แสดงออกถึงความโง่ของไลท์มานานเต็มทีแล้ว อ่านหน้านี้ทั้งหน้ารู้สึกสะใจขึ้นมาเต็มๆ กร้ากกกๆๆ (นับวันเรายิ่งชั่ว...แสดงออกออกมาจริงนะว่าเข้าข้างเนียร์ )และจากหน้านั้นมา หลังจากที่ความคิดของตัวเองพ่ายแพ้ให้กับเนียร์ ไลท์ก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆออกมาได้ว่านั่นเป็นกับดักที่เนียร์ทำไว้เพื่อบีบให้ตัวเองสารภาพว่าคือคิระ ผิดหวังหน่อยๆ รู้สึกเสียดายความฉลาดที่มีมาตลอด..แต่ก็เอาเถอะ จะคิดว่าคนไร้ทางสู้ขึ้นมาก็ต้องหาคำพูดทุกวิถีทางที่จะเอาชนะขึ้นมาได้ก็เท่านั้น

- ตอนแรกยังข้องใจอยู่หน่อยๆว่าทำไมตอนน้องเนียร์รู้ข่าวว่าเมลโลตายแล้ว (ไม่อยากพิมพ์คำๆนี้เลย T-T) กลับไม่รู้สึกอะไรเลย...หรือว่าน้องเนียร์ไม่ได้มีความผูกพันอะไรๆกับเมลโลเลยจริงๆ สีหน้าที่ดูไร้อารมณ์ไม่มีเยื่อใยของน้องเนียร์ทำเอาเราใจหาย(และสลาย) ...แต่ตอนที่น้องเนียร์เอ่ยถึงเมลโลขึ้นมาเมื่อตอนเฉลยคำตอบทั้งหมด ก็ก้มหน้าอยู่เรื่อยเลย... เราทายว่ายังไงน้องเนียร์ก็คงไม่อาจเรียกได้ว่าไม่รู้สีรู้สาอะไรกับการตายของเมลโลเลย ตรงกันข้าม บางทีน้องเนียร์อาจกำลังเก็บความรู้สึกที่สูญเสียเมลโลไว้ ไม่แสดงออกมาโดยตลอด แต่พอต้องมาเอ่ยชื่อเมลโลต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดอย่างนี้ (ลองนึกดู..ถ้าต้องพูดถึงเรื่องของคนที่ตัวเองรัก...((อ้ากกกกก ไม่อยากพูดคำนี้ออกมาเหมือนกัน >W<)) ต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่เรารักคนนั้นต้องตาย เนียร์เองก็คงไม่สามารถเก็บความรู้สึกที่สูญเสียเมลโลไว้โดยไม่แสดงออกต่อไปได้) โฮกกกกกกก ทำไมเราถึงคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนี้ฟะ >W<~ แล้วเหตุการณ์ยืนยันความสัมพันธ์ของสองคนนี้คือ ตอนที่เจ๊ฮาลพูดขึ้นว่า เมลโลเองก็อาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้... และ มาคิดดูอีกที ถ้าเมลโลไม่ทำอย่างนั้น... และฮาลก็หยุดพูดไปเหมือนให้น้องเนียร์ไปคิดต่อเองว่า จริงๆแล้วที่เมลโลลักพาตัวทาคาดะ ก็เพื่อบอกเป็นนัยๆว่าที่ตัวเองทำก็เพื่อช่วยเนียร์ โดยล่อให้มิคามิเอาเดธโน้ตของจริงออกมาเขียนชื่อทาคาดะ โดยเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อให้น้องเนียร์เปิดเผยตัวจริงของคิระออกมาให้ได้ หรือเมลโลอาจรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะเนียร์ได้ ก็เลยอยากจะช่วยเนียร์เพื่อฝากให้เนียร์ได้แก้แค้นแทน L และแทนตนด้วย T[]T ฉากนี้เรียกน้ำตาเราเยอะมากๆ รู้สึกเศร้าแทนความสัมพันธ์ที่แม้ว่าจะเป็นคู่แข่งกันเสมอแต่จริงๆแล้ว ทั้งเมลโลและเนียร์เองต่างก็เป็นห่วงเป็นใยกันเสมอมา เป็นความผูกพันที่คนภายนอกอย่างไลท์มามีทางรับรู้ ตอนที่น้องเนียร์หยุดพูดไปว่า เหนือกว่าผมไม่ได้... เนียร์ก็คงจะพยายามกลั้นน้ำตาอยู่แน่ๆเลย TT[TT..ร้องไห้ต่อในความรู้สึกที่เนียร์และเมลโลมีต่อ L เนียร์ตอกย้ำความรู้สึกของเราว่า L ที่พ่ายแพ้ให้กลับคิระและไม่สามารถหาหลักฐานมาจับคิระได้ แต่ตอนนี้ พวกเรา สามารถหาหลักฐานมาชี้ตัวได้ ...อ่านแล้วเราทั้งเศร้าทั้งยิ้มได้เลย T WT LONG LIVE LMN~!!!

- กรีดร้องโลกแตกให้กับ มิสเตอร์ไลท์ไซโค กับpage.หนึ่งตอนเต็มๆที่พี่แกโปรโมทตัวเองซะเต็มที่ (ความชอบไลท์ลดลง-356.252525...) ถ้าเป็นไปได้เราอยากตอกหน้าไลท์กลับ มีอย่างที่ไหนอ้างว่าตัวเองคือความชอบธรรม...คือความถูกต้อง จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่เหตุผลที่พูดขึ้นเพื่อสนองความโลภที่อยากจะเป็นพระเจ้าของโลกเท่านั้นแหล่ะ ...นั่นมันก็แค่คำพูดสวยหรูที่วางไว้เป็นอีโก้ของนาย และเกลียดสายตาที่มองคนอื่นอย่างดูแคลนและไม่สำนึกตัวเองว่าคือผู้พ่ายแพ้ จะต้องให้เราเดินเข้าไปตะโกนใส่หน้าเลยรึไงว่า แกนั่นแหละชั่ว! แกกำลังหลอกตัวเอง กำลังหลงระเริงในอำนาจของเดธโน้ตจนหลงลืมว่าตัวเองนั่นแหละที่ตกเป็นเหยื่อของความชั่วร้าย แกมันก็เป็นแค่คนชั่วคนหนึ่งเท่านั้น จำไม่ได้ เหรอ ลุคเคยบอกว่าถ้าโลกนี้เป็นอย่างที่แกห