Trick : หนังที่แนะนำให้ควรดูอำลาปี 2006
หลังจากที่เราหมกมุ่นอยู่กับนั่งหดหู่น้ำตาซึมอยู่หลายเดือน ในที่สุดก็ตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังแนวสืบสวนแปลกๆแบบนี้บ้าง (จริงเร้อ~) และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาคือ...
พระเอกน่ารักมากกกกก >W< *สครีมโลกแตกหนึ่งรอบบบบบ!!!! คารวะหนุ่มแว่นนนนนน* โหะๆๆ ความจริงเราชอบพระเอกสไตล์นี้นะ ถึงแม้เรื่องนี้เราจะเชียร์คู่นอร์ม่อล (อะโห...แกยังมีหน้ามาจิ้นวายกับหนังแบบนี้อีกรึ) แต่เราชอบหนุ่มแว่นอายุมากกว่าเค่อะ อ่ะโฮๆๆๆๆๆ *[]*~
เรื่องราวคร่าวๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ ยามาดะ นาโอโกะ เป็นนักมายากลที่มีพ่อแม่เป็นนักทำนายที่มีชื่อเสียงทั้งคู่ แต่ว่าตัวเองกลับไม่มีความสามารถด้านมายากลจนมีชื่อเสียงเหมือนพ่อกับแม่เลย แต่ถึงกระนั้นนาโอโกะก็ยังยึดอาชีพเป็นนักมายากลต่อไป จนวันหนึ่งมีชายหญิงสองคนจากหมู่บ้าน...(ขอโทษค่ะ เราลืมชื่อหมู่บ้านไปแล้ววว..T[]T ทั้งๆที่มันเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งของเรื่องแท้ๆ) มาจ้างให้เธอรับบทเป็นเทพเจ้าที่จะต้องต่อสู้กับปิศาจเต่าที่โผล่ออกมาทุกๆ 300 ปีเพื่อสร้างความหายนะให้กับหมู่บ้าน โดยเธอจะต้องแสดงกลเพื่อให้คนในหมู่บ้าที่ห่างไกลความเจริญเชื่อถือ และเลิกกังวลกับหายนะที่จะเกิดขึ้นจากเทพเจ้าเต่า (เอ๊ะ! เทพเจ้าหรือปิศาจกันแน่นะ ..-*-) แต่แล้วนาโอโกะก็พบว่าเธอไม่ใช่คนเดียวที่ปลอมตัวมาเป็นเทพเจ้าในหมู่บ้าน แต่มีเทพเจ้าต้มตุ๋นที่เข้ามาในหมู่บ้านก่อนหน้าเธอถึง 3 คน และเงื่อนไขที่จะทำให้คนในหมู่บ้านเชื่อถือคือ ต้องแสดงอิทธฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพื่อแสดงว่าเธอคือเทพเจ้าที่แท้จริงโดยแข่งกับเทพเจ้าอีก 3 คน และในระหว่างการแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้น ก็เกิดเหตุฆาตกรรมรายหนึ่งขึ้น ซึ่งเหยื่อของฆาตกรเป็นผู้รู้เงื่อนงำของสมบัติที่ถูกซ่อนในหมู่บ้านแห่งนี้ และศจ.อุเอดะ (กรี๊ดดดด หนุ่มแว่นอีกรอบบบบ) ก็เข้ามาหาข้อมูลเขียนหนังสือในหมู่บ้าน พร้อมกับเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมเทพเจ้าต้มตุ๋นในหมู่บ้าน และนาโอโกะจะต้องเผยกลที่เทพเจ้าต้มตุ๋นเหล่านั้นใช้ และเอาตัวรอดจากฆาตกรที่คิดกำจัดเทพเจ้าต้นตุ๋นในหมู่บ้าน ด้วยความช่วยเหลือของอุเอดะ >___<;;;;
[SPOLED] นิดๆ
.
.
ความรู้สึกหลังจากดูเรื่องนี้จบ ...ทึ่งค่ะ ในความคิดของเรา เราคิดว่าหนังจบได้ดี เพราะมันไม่ทำให้คนดูเสียใจหรือคิดว่าตัวเองพลาดส่วนสำคัญของหนังไปแม้แต่ตอนเดียว แล้วก็ไม่ได้จบดูดีเกินไป เพราะนาโอโกะไม่ได้ถูกยกย่องว่าเป็นคนช่วยเหลือหมู่บ้านจากหายนะ แต่เธอกลับออกจากหมู่บ้านอย่างคนธรรมดาทั่วๆไป ...และอุเอดะเองตอนสุดท้าย ก็ไม่ได้เผยให้เห็นว่ามีใจให้นาโอโกะ แต่ที่เราดูเหมือนนาโอโกะเข้าใจผิดไปเองเท่านั้น แต่ตอนที่เราดูคู่นี้ก็ยิ้มให้กับความน่ารักแบบเพี้ยนของทั้งสองคนด้วย แล้วจุดจบของฆาตกรในหมู่บ้านก็ค่อนข้างหักมุมทำเอาเราตาค้างได้เหมือนกัน บอกได้คำเดียวว่า หนังเรื่องนี่อาจจะไม่ได้ดูเยี่ยมแบบหนังฮอลลีวู้ด แต่มันเป็นหนังที่ทำให้หลังจากดูจบ เราก็ยิ้มได้แล้วก็นอนหลับอย่างมีความสุข บอกได้ว่าสุดยอดจริงๆ ใครที่รู้จักหนังเรื่องนี้ แนะนำว่าให้ยืมคนที่รู้จักดูหรือหาซื้อเอาก็ได้ รับรองว่าไม่ผิดหวังสำหรับหนังเรื่องสุดท้ายที่จะดูต้อนรับปีใหม่เลยค่ะ
Deathnote volume#12
เดินไปซื้อเรื่องนี้ที่ร้านหนังสือการ์ตูนเมื่อประมารสามอาทิตย์ก่อนได้ละมั้ง แต่ก็พึ่งจะมา Review เอาก็เมื่อตอนเช้านี้ อากาศหนาวทำเอาเราไม่อยากลุกขึ้นมาเปิดคอมเลย T-T แย่จริง..เป็นคนขี้หนาวแต่ไม่ชอบใส่เสื้อกันหนาว อยู่ที่บ้านเรายังใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นอยู่บ้านเหมือนหน้าร้อนธรรมดาๆเลยทั้งๆทั่วสั่นพั่บๆ ...หรือนี่เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนเป็นมาโซ ก็ไม่รู้เหมือนกัน - -
เข้าเรื่องเลยละกัน ...ทันทีที่เราแกะห่อพลาสติกหุ้มหนังสือการ์ตูนหลังจากหลับมาถึงที่บ้านเสร็จ และสบถสองสามคำที่ร้านหนังสือการ์ตูนเมื่อเห็นราคา...โอ้ววว อะไรกัน ขึ้นราคาอีก 5 บาทตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่~!!! นี่คิดจะเพิ่มราคาจนถึงครึ่งร้อยกันเลยหรือไงกัน เอาเถอะยังไงถ้าเพื่อเดธต่อให้เล่มละ 100 เราก็จะซื้อ T-T (ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆจะซื้อการ์ตูนเฉลี่ยสองอาทิตย์ครั้งละกัน...)
พอเปิดอ่านปุ๊บ(เมื่อไหร่แกจะเข้าเรื่องจริงๆซะทีวะ...) ก็ร้องออกมาดังว่า 45 บาทที่ซื้อไปเมื่อกี๊มันคุ้มจริงๆ >__<;;;;!!! เรารู้สึกว่า เนชั่นพิมพ์เล่ม12ออกมาดีมากๆ ลายเส้นใกล้เคียงกับเล่มญี่ปุ่นเลย(ในบางหน้า) หน้าปกก็ดูดี จับแล้วลื่นมือ เสียดายอยู่อย่างเดียวและเสียดายตลอดไป คือสันที่เบี้ยวๆ พอเก็บเข้าชั้นแล้วมันผิดรูปดูไม่ดีเลย เห็นแล้วเสียความรู้สึกนิดๆ เอาเถอะถ้าไม่นับเรื่องนี้ เราก็ชอบรูปเล่มเล่ม12 ที่ NED ทำออกมาดีที่สุดละ
[REVIEW/Spoil] เหตุการณ์ที่ประทับใจของตัวละครในเดธโน้ต เรียงตามลำดับการอ่านของเรา จะไม่ขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องนะคะ เพราะคิดว่ารู้ๆกันอยู่แล้ว สำหรับคำที่ยังไม่ได้ซื้ออ่าน กรุณาเลื่อนลงไปจากข้อความข้างล่างนี้โดยเร็วที่สุด เพราะมันอาจทำให้คุณๆเสียอรรถรสในการอ่านได้ ทั้งหมดทั้งมวลต่อไปนี้คือความรู้สึกของเราเพราะฉะนั้น อย่าได้เถียงว่ามันถูกหรือผิด หรือถ้าข้อมูลที่เราพิมพ์ออกไปนี้ไม่ถูกยังไงก็ต้อขอโทษด้วย และที่สำคัญข้างล่างนี้มันคือ วาย ...วาย และ วาย!!!
- อย่างแรกเลยคือตอนที่เนียร์ใส่หน้ากาก L ร่วมเผชิญหน้ากับคิระ ตอนอ่านสปอยล์ครั้งแรก เราดูไม่ออกเลยว่านั่นคือหน้ากาก L XD~ แต่พอเรานึกหน้าเนียร์ใต้หน้ากากที่คงจะทำหน้าเคร่งขรึมออกมาก็ปล่อยก้ากขึ้นมาทันทีมันดูขัดกับรูปลักษณ์ของเนียร์เอามากๆ มารู้อีกทีก็ตอนที่ไลท์คิดว่า เนียร์ นายน่ะไม่มีคุณสมบัติที่จะใส่หน้ากาก L หรอก... คำพูดนั้นทำเอาลอยละลิ่วไปชนขอบโต๊ะ ... ทั้งรู้สึกว่า ไลท์ดูยึดติดกับLมากๆ>___< พูดอีกความหมายหนึ่งคือเหมือนไม่เห็นเนียร์อยู่ในสายตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเนียร์ก็คิดว่าตนจะเอาชนะคิระได้ และเหมือนจะประกาศว่าการต่อสู้ตลอดมาของตน ทำเพื่อL และต่อสู้ในนามของL ที่ยึดอุดมการณ์และความถูกต้องที่จะจับคิระให้ได้ XD เป็นความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายที่รู้สึกต่อ L ...ถ้าดึงเอาCG ที่เป็นโกดังร้างที่ทั้งดูยิ่งใหญ่และมืดมนแล้วล่ะก็ อ่านตอนนี้ไปก็ขนลุกได้เหมือนกัน...อ้ากกกกกก ช่างอลังอะไรขนาดเน้~!!!
- ตอนเนียร์ถอดหน้ากากออก ...แอ่นแอนแอ๊นนนนนน!!!!~ >__< ใบหน้าของน้องเนียร์แว่บแรกที่จ้องมองฝ่ายตรงข้าม เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังในตัวคิระ ที่ฆ่าL แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มแบบเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของตน ...เราไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆแล้วรอยยิ้มของน้องเนียร์หมายถึงรอยยิ้มที่คิดว่าตัวเองจะชนะจริๆงรึเปล่า แต่สำหรับเรา...เราคิดว่ารอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นเพราะน้องเนียร์ต้องการยิ้มเพื่อปกปิดความชิงชังที่มีต่อคิระ จากแว่บแรกที่เห็น เหมือนกับที่รู้ว่าความเกลียดชังที่มีต่อบุคคลตรงหน้านี้ไม่สามารถเก็บงำไว้ จนต้องแสดงออกมาในวินาทีแรกที่เห็นหน้า...โฮกกกกกกกกกกกก วินาทีนั้นเองที่เราทุ่มสุดตัวเพื่อเชียร์ให้เนียร์เอาชนะเจ้าไลท์ T[]T น้องเนียร์สู้ๆๆๆ!!!
- ขอหนึ่งข้อให้กับความโรคจิตหลอนๆของมิคามิ ตอนที่เปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความยินดีที่ได้พบกับพระเจ้า...ตอนที่แสงแดดส่องเข้ามาในโกดังพร้อมกับตอนที่มิคามิเปิดประตูเข้ามาแบบนี้...นั่นมันโรคจิตชัดๆ อ่านแล้วแทบผงะ *ภาพหนุ่มแว่นมิคามิในอุดมคติพังทลายหายไปกับสายลมหนาว~* แม่จ๋า~น่ากลัวววววว ไลท์เองก็โรคจิตพอกันแหล่ะ พอกันที...ชั้นจะคิดว่าชั้นไม่รู้จักคนโรคจิตอย่างพวกนาย...พอกันที T[]T
- ไลท์...เคยบอกไว้ว่าจะไม่มีทางสารภาพว่าตนเองคือคิระออกมาเด็ดขาด ...แต่แล้วตัวเองกลับเผยไต๋ออกมาชิ้นเบ้อเร่อว่า เนียร์...ชั้นชนะแล้ว อ่านแล้วรู้สึกโล่งใจปนสมเพชไลท์นิดๆ ไม่รู้ทำไม รู้สึกเหมือนตัวเองรอคอยประโยคที่แสดงออกถึงความโง่ของไลท์มานานเต็มทีแล้ว อ่านหน้านี้ทั้งหน้ารู้สึกสะใจขึ้นมาเต็มๆ กร้ากกกๆๆ (นับวันเรายิ่งชั่ว...แสดงออกออกมาจริงนะว่าเข้าข้างเนียร์ )และจากหน้านั้นมา หลังจากที่ความคิดของตัวเองพ่ายแพ้ให้กับเนียร์ ไลท์ก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆออกมาได้ว่านั่นเป็นกับดักที่เนียร์ทำไว้เพื่อบีบให้ตัวเองสารภาพว่าคือคิระ ผิดหวังหน่อยๆ รู้สึกเสียดายความฉลาดที่มีมาตลอด..แต่ก็เอาเถอะ จะคิดว่าคนไร้ทางสู้ขึ้นมาก็ต้องหาคำพูดทุกวิถีทางที่จะเอาชนะขึ้นมาได้ก็เท่านั้น
- ตอนแรกยังข้องใจอยู่หน่อยๆว่าทำไมตอนน้องเนียร์รู้ข่าวว่าเมลโลตายแล้ว (ไม่อยากพิมพ์คำๆนี้เลย T-T) กลับไม่รู้สึกอะไรเลย...หรือว่าน้องเนียร์ไม่ได้มีความผูกพันอะไรๆกับเมลโลเลยจริงๆ สีหน้าที่ดูไร้อารมณ์ไม่มีเยื่อใยของน้องเนียร์ทำเอาเราใจหาย(และสลาย) ...แต่ตอนที่น้องเนียร์เอ่ยถึงเมลโลขึ้นมาเมื่อตอนเฉลยคำตอบทั้งหมด ก็ก้มหน้าอยู่เรื่อยเลย... เราทายว่ายังไงน้องเนียร์ก็คงไม่อาจเรียกได้ว่าไม่รู้สีรู้สาอะไรกับการตายของเมลโลเลย ตรงกันข้าม บางทีน้องเนียร์อาจกำลังเก็บความรู้สึกที่สูญเสียเมลโลไว้ ไม่แสดงออกมาโดยตลอด แต่พอต้องมาเอ่ยชื่อเมลโลต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดอย่างนี้ (ลองนึกดู..ถ้าต้องพูดถึงเรื่องของคนที่ตัวเองรัก...((อ้ากกกกก ไม่อยากพูดคำนี้ออกมาเหมือนกัน >W<)) ต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่เรารักคนนั้นต้องตาย เนียร์เองก็คงไม่สามารถเก็บความรู้สึกที่สูญเสียเมลโลไว้โดยไม่แสดงออกต่อไปได้) โฮกกกกกกก ทำไมเราถึงคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนี้ฟะ >W<~ แล้วเหตุการณ์ยืนยันความสัมพันธ์ของสองคนนี้คือ ตอนที่เจ๊ฮาลพูดขึ้นว่า เมลโลเองก็อาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้... และ มาคิดดูอีกที ถ้าเมลโลไม่ทำอย่างนั้น... และฮาลก็หยุดพูดไปเหมือนให้น้องเนียร์ไปคิดต่อเองว่า จริงๆแล้วที่เมลโลลักพาตัวทาคาดะ ก็เพื่อบอกเป็นนัยๆว่าที่ตัวเองทำก็เพื่อช่วยเนียร์ โดยล่อให้มิคามิเอาเดธโน้ตของจริงออกมาเขียนชื่อทาคาดะ โดยเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อให้น้องเนียร์เปิดเผยตัวจริงของคิระออกมาให้ได้ หรือเมลโลอาจรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะเนียร์ได้ ก็เลยอยากจะช่วยเนียร์เพื่อฝากให้เนียร์ได้แก้แค้นแทน L และแทนตนด้วย T[]T ฉากนี้เรียกน้ำตาเราเยอะมากๆ รู้สึกเศร้าแทนความสัมพันธ์ที่แม้ว่าจะเป็นคู่แข่งกันเสมอแต่จริงๆแล้ว ทั้งเมลโลและเนียร์เองต่างก็เป็นห่วงเป็นใยกันเสมอมา เป็นความผูกพันที่คนภายนอกอย่างไลท์มามีทางรับรู้ ตอนที่น้องเนียร์หยุดพูดไปว่า เหนือกว่าผมไม่ได้... เนียร์ก็คงจะพยายามกลั้นน้ำตาอยู่แน่ๆเลย TT[TT..ร้องไห้ต่อในความรู้สึกที่เนียร์และเมลโลมีต่อ L เนียร์ตอกย้ำความรู้สึกของเราว่า L ที่พ่ายแพ้ให้กลับคิระและไม่สามารถหาหลักฐานมาจับคิระได้ แต่ตอนนี้ พวกเรา สามารถหาหลักฐานมาชี้ตัวได้ ...อ่านแล้วเราทั้งเศร้าทั้งยิ้มได้เลย T WT LONG LIVE LMN~!!!
- กรีดร้องโลกแตกให้กับ มิสเตอร์ไลท์ไซโค กับpage.หนึ่งตอนเต็มๆที่พี่แกโปรโมทตัวเองซะเต็มที่ (ความชอบไลท์ลดลง-356.252525...) ถ้าเป็นไปได้เราอยากตอกหน้าไลท์กลับ มีอย่างที่ไหนอ้างว่าตัวเองคือความชอบธรรม...คือความถูกต้อง จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่เหตุผลที่พูดขึ้นเพื่อสนองความโลภที่อยากจะเป็นพระเจ้าของโลกเท่านั้นแหล่ะ ...นั่นมันก็แค่คำพูดสวยหรูที่วางไว้เป็นอีโก้ของนาย และเกลียดสายตาที่มองคนอื่นอย่างดูแคลนและไม่สำนึกตัวเองว่าคือผู้พ่ายแพ้ จะต้องให้เราเดินเข้าไปตะโกนใส่หน้าเลยรึไงว่า แกนั่นแหละชั่ว! แกกำลังหลอกตัวเอง กำลังหลงระเริงในอำนาจของเดธโน้ตจนหลงลืมว่าตัวเองนั่นแหละที่ตกเป็นเหยื่อของความชั่วร้าย แกมันก็เป็นแค่คนชั่วคนหนึ่งเท่านั้น จำไม่ได้ เหรอ ลุคเคยบอกว่าถ้าโลกนี้เป็นอย่างที่แกหวังไว้จริงๆ แกก็เป็นคนชั่วคนเดียวบนโลก คำพูดนั้นมันยังไม่ได้ทำให้นายสำนึกตั้งแต่ตอนนั้นหรือไงว่าแกนั่นแหละที่เป็นความชั่ว ...ถ้าตอนนั้นแกไม่ถลำลึกต่อไป แกก็ไม่ต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์ แกก้ไม่ต้องใช้มิสะเป็นเครื่องมือ ใช้เรมฆ่า L T[]T *ตะโกนด่าแบบน้ำตานองหน้า*
- ต่อจากตอนนั้นไปเราก็เริ่มพบกับจุดจบของไลท์ จากคนที่เคยไม่ยอมแพ้ใครและคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะ คือพระเจ้า...หลอกใช้พ่อตัวเองอย่างไม่รู้จักสำนึก หลอกใช้ความเชื่อใจของL ความรักของมิสะ หลอกให้ทาคาดะหลงหัวหักหัวปำเพียงเพื่อหลอกใช้ประโยชน์ และความชั่วร้ายๆต่างๆที่นายทำไป มันกำลังจะถูกสะสาง เมื่อลุคเขียนชื่อนายลงไป ... ตอนที่ไลท์จนมุม จากความพ่ายแพ้นี่เองที่ทำให้นายกลายเป็นเหมือนคนบ้า ถ้าตอนนั้นย้อนกลับไปอ่านเล่มแรก เหมือนเรา อาจเกิดอาการเหวอได้ ตอนเห็นไลท์หน้าโชตะแบบนั้น อาจถึงกับเสียดายความฉลาดที่ใช้ในทางไม่ชอบของไลท์ (อ้าว..ไหนบอกว่าแกไม่ชอบไลท์แล้วไง -*-) ตอนที่ไลท์ตะโกนให้มิสะช่วย เรียกมิคามิที่ตัวเองเคยปฏิเสธเยื่อใยเพื่อเอาตัวรอด..(หึๆๆฮ่าๆๆ แอบสะใจนิดๆ)แต่กลับได้รับการต่อว่าด่าทอกลับมาจากมิคามิว่า ไลท์ทำให้ตนต้องกลายเป็นแบบนี้ทั้งๆที่ตนอาจมีอนาคตที่ดีกว่านี้ก็ได้ ไลท์น่ะ เป็นคนหยิบยื่นความโชคร้ายมาให้ ..ไลท์ไม่ใช่พระเจ้าแต่เป็นขยะ... อ่านแล้วเรารู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก จะเรียกว่าสงสารก็ไม่อยากเรียกแบบนั้นเลย เพราะมันอาจจะเป็นแต่ความสมเพชเวทนาก็ได้ (เอาเถอะ ถึงยังไงเมื่อก่อนเราก็เคยชอบไลท์มาก่อน จะมารู้สึกรังเกียจขยะแขยงตอนนี้เลยมันก็ทำไม่ได้ ((แหม...แล้วที่ตะโกนด่าข้างบนน่ะมันหมายความว่ายังไงกันจ๊ะ??)) ) แล้วสภาพที่ไลท์ตายก็น่าสมเพชยิ่งขึ้นไปอีก ...ทุกคนรวมทั้งเนียร์เองก็ยืนมองไลท์ที่ถูกลุคเขียนชื่อลงไป และไม่ได้หยิบยื่นความช่วยเหลืออะไรให้เลย ลุคเองก็ไม่ได้ทำไปเพราะจงเกลียดจงชังไลท์ แต่เพราะไลท์หมดอายุขัยแล้ว เพราะนั่นคือสิ่งที่ไลท์สมควรได้รับมากที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าไลท์จะคิดว่าตัวเองคือพระเจ้า แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากความตายไปได้... จะไม่ขอเขียนอะไรไปมากกว่านี้ ...แต่บอกได้อย่างนึงว่าเป็นจุดจบของพระเจ้าที่ได้ชื่อว่า คิระ ที่น่าเวทนาและไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ไลท์หมดโอกาสแล้ว หมดโอกาสที่จะแก้ตัว หมดโอกาสตั้งแต่ที่ไลท์หยิบสมุดเดธโน้ตขึ้นมาจากพื้นแล้วเก็บกลับบ้านแล้วลองใช้มันดู ...ผลสุดท้ายผลกรรมทั้งหมดมันก็คืนสนองตัวเองและไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกเลย ...เอวัง
- หลังจากนั้นโลกก็กลับคืนสู่สภาพเหมือนก่อนที่คิระจะปรากฏตัว โลกมีทั้งคนชั่วและคนดี สังคมที่ปราศจากคิระ มีทั้งคนอ่อนแอที่เคยหวังพึ่งแต่อำนาจของคิระสมัยก่อน เมื่อคิระหายไปจากโลกนี้แล้วก็พบเจอแต่ความแร้นแค้นและลำบากยากเข็ญ ตรงกันข้ามกับคนชั่วที่ออกมาอาละวาดและสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง กฎหมายที่เคยใช้เดธโน้ตพิพากษาได้ถูกทำลายไปแล้ว จะไม่มีเดธโน้ตที่เป็นความหวังของทุกคนอีกต่อไป ...เราจะไม่ตั้งคำถามว่า สิ่งที่เนียร์ทำไปนั้นมันถูกหรือผิด? แต่เราคิดว่าถ้ามนุษย์เรายึดถือมั่นความถูกต้องของตัวเองแล้ว ถ้าจะตัดสินใจทำอะไรลงไปไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดในสายตาคนอื่น ในสายตาเรามันก็คือความถูกต้อง ฉะนั้นเราจะไม่ตัดสินว่าการกระทำของเนียร์ถูกต้องหรือไม่ (อาจเพราะเราเข้าข้าง LMN ) การที่ไม่มีคิระ ไม่มีไลท์...(แอบสะเทือนใจเล็กน้อย...) สังคมมันก็กลับสู่สภาพที่มันเป็นอย่างแท้จริง เท่านั้นก็ถือว่าพอแล้ว จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับะรรมชาติว่าจะทำให้โลกนี้มันเป็นยังไง บางทีเนียร์อาจจะเป็นแค่คนที่ชี้ทางให้โลกกลับคืนสู่สภาพเดิมและปล่อยให้ทั้งหมดเป็นไปตามครรโลงของความถูกผิด และศีลธรรม รวมถึงการกระทำของมนุษย์เองที่จะเป็นตัวชี้ว่าตัวเองควรเป็นยังไงและโลกนี้ควรเป็นยังไง
------------ Finish ---------
Review : Edit
- ขอโทษที่เราไม่ได้เขียนตอน page.99 สาเหตุที่ไม่ได้เขียนไม่ใช่เพราะรับไม่ได้...แต่เราไม่ได้อ่านตอนนั้นเลยต่างหาก เราไม่อยากยอมรับไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้นกับเรื่องที่เมลโล..และแมตต์ ...T[]T
HBD Mello !!!!
ขอโทษด้วยที่เรา HBD ช้าไปโขเลย..นี่ถ้าเราเป็นแฟนคลับเมลโลคงโดนกระทืบและถีบออกจากสารบบ Mello Mania ไปแล้วล่ะคะ T-T ขอโทษนะ น้องเมลโล ยกโทษให้ป้าเถอะ []-!!! ยังไงวันนี้ป้าก็ทำของขวัญวันเกิดมาให้แล้วนะ..ขอร้องล่ะ อย่าโกรธเค้าเลย เค้าผิดไปแล้ววววววว!!! T[]T เราจำได้ว่าวันที่ 13 ธันว่าคมเป็นวันพุธวันนั้นเรายังไปซื้อ เดธโน้ตเล่ม12 อยู่เลย...TT-TT โชคดีที่เราไม่ได้อ่านตอนที่เมลโล... ไม่ล่ะ ไปดูของขวัญกันเลยดีกว่า
บางทีมันอาจจะเรียกว่าของขวัญเน่าๆชิ้นหนึ่งก็ได้ TTWTT
ทำไมถ่ายออกมาแล้วเมลโลหน้าอ้วนกลมกว่าของจริงจังเลย T-T คิดซะว่าเป็นมุมกล้องละกัน มุมกล้องจริงๆนะ ..ไม่เชื่อดูแสงแฟลช แถวด้านบนๆ มืดๆใช้มั้ย จริงๆเราจัดมุมกล้องไม่ดีต่างหาก จริงๆนะ TWT (กำลังหลอกตัวเองอยู่ใช่มั้ย...)
จริงๆแล้วเราชอบรูปนี้มากๆเลย ถึงแม้ว่าจะดูไม่ดีเท่าไหร่ก็เถอะ..แต่ตอนวาดนี่คือ ไม่คิดว่าตอนเสร็จออกมาแล้วจะเป็นอย่างนี้ พูดง่ายๆคืดตอนวาดก็ไม่ได้อยากให้ออกมาเป็นแบบนี้ แต่พอวาดเสร็จก็เป็น แฟนอาร์ตที่ออกมาตลกนิดๆ ตอนออกแบบเสื้อเลโลเราสิ้นคิดจริงๆไม่อยากวาดเสื้อแขนกุดตัวที่เจ้าตัวใส่ตอนอยู่ที่แก๊งมาเฟียร์ แล้วก็ไม่อยากวาดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่ใส่ตอนอยู่บ้านแวมมี่เฮาส์เพราะคิดว่า งั้นไม่เมลโลก็ไม่มีจุดเด่นอะไรเลยสิ.. พอทำออกมาจริงๆก็เลยเป็นเหมือนชุดคอสเพลย์อะไรแบบนั้น โฮกกกกกกก ความสามารถในการวาดคอสตูมอะไรเทือกนี้ของเราช่างอนาถดีจริงๆ T-T เนียร์เองเราพึ่งจะมาวาดใส่ทีหลังเพราะรู้สึกเหมือนภาพมันโล่งๆเกินไป ...คิดเหมือนเรามั้ยว่าเนียร์เหมือนหญิงสาวยุโรปยุคกลาง ที่ใส่กระโปรงฟูฟ่อง >W< แต่ดูแล้วเราว่าน่ารักดี ดูแล้วฮาๆ ..และที่อยู่ตรงคอเสื้อนั่น เป็นผ้ากันเปื้อนอ่าค่ะ สันนิษฐานว่าเนียร์คงชอบทานอาหารหกอยู่บ่อยๆ >W< ส่วนที่เมลโลถืออยู่นั่นคือ บุหรี่ค่ะ เรื่องย่อก็คือ แมตต์ที่พึ่งจะ 15 ลองสูบบุหรี่ดูทีวีให้เหมือนชายวัยกลางคนดู แต่แล้วควันบุหรี่ดันไปเตะจมูกน้องเนียร์เข้า พี่เมลโลก็เลยออกโรงห้ามปรามเพื่อนสนิทโดยการยึดบุหรี่จากแมตต์ ที่ได้แต่เส้นเลือดปูดฟังคำสั่งสอนชี้แนะของเมลโล แต่จริงๆแล้วที่เมลโลทำไปเพราะต้องการช่วยน้องเนียร์ที่ยืนดูด้านหลังนั่นเอง 555+ นับวันชั้นชักจะมั่วเรื่องเก่งขึ้นทุกทีๆ
-----------------------------------------------------------
edit @ 2006/12/20 15:55:00
edit @ 2006/12/20 16:16:42

555+
เดธโน๊ต2ก็ยังไม่ได้ดูเลยง่า